University

รอดไปอีกหนึ่ง

posted on 24 Sep 2009 00:30 by sawarenai  in University

 

เรียบร้อบไปแล้วกับวิชาอันแสนโหดร้ายทำนายได้ว่าไม่เกินบีและไม่แน่ตก โฮกกกกกกกกกก
ขอสอบวิชา Sales Management แบ่งออกเป็นสามพาร์ทและพาร์ทที่สี่ สี่สิบคะแนนนั้นง่ายสุด
พาร์ทแรกนั้นเน่าที่สุด ไม่ไหวแล้ว อ่านหนังสือวิชานี้ต้องละเอียดจริงๆ เว้นไม่ได้เลยซักบรรทัด
แล้วไอ้ที่เน้นมาสุดๆ มันดันไม่ออก โอ้ยยย หัวจะแตก เซ็งมากจริงๆ

หลังจากที่เมื่อคืนโต้รุ่ง แล้วยังมาอัพไดตอนเช้าๆ ไปทำข้อสอบแบบจะตายเลยทีเดียว
นั่งเขียนไปจะอ้วกไป นี่ขนาดดื่มน้ำมาเยอะแล้วนะ ถ้าไม่ได้ดื่มมานี่แย่เลย เป็นลมไปแล้ว
อาจารย์ที่คุมสอบแนวดีอ่ะ ดูวัยรุ่นอยู่แล้วก็พูดภาษาอังกฤษดีด้วย แกชอบแอบไปยืนมองด้านนอก
ตอนทำข้อสอบคิดอยู่อย่างเดียว จะจบแล้ว จะหมดเวรหมดกรรมกับมันแล้ว

สอบเสร็จเปิดมือถือเจอข้อความซินนิสเตอร์เลยนัดกันไปทานข้าวที่มอล
ทานเสร็จก็ไปร้องคาราโอเกะรอน็อป สรุปจ่ายไปชั่วโมงนึง น็อปมาถึงก่อน
น็อปเลยไปนั่งทานข้าวรอที่ร้านอาหาร พวกที่เหลือก็ร้องกันต่อจนหมดชั่วโมง
ตอนนั่งที่ร้านเหมือนจะตายแล้ว ง่วงมาก เหมือนแบบหลับได้ตลอดเวลาเลย
กลับมาหอนี่รีบเปลี่ยนชุดล้างหน้านอนเลย ตั้งปลุกเอาไว้ทุ่มครึ่งกะจะตื่นมาดูบงกุน
พอถึงเวลาตื่น เน็ตเน่าเพราะฝนตกเลยดูบงกุนไม่ได้ ก็เลยนั่งเล่นเน็ตยาวจนถึงตอนนี้

สภาพร่างกายเริ่มเออเร่อ แต่ต้องแข็งใจเพราะโหลดลครตอนที่ห้าเอาไว้ อยากดูมากกก
พรุ่งนี้สอบบ่ายโมง ต้องอ่านทั้งหมดสามบท เหมือนจะน้อย แต่จริงๆแล้วเยอะมากกก
แต่มันไม่ได้เครียดเท่ากับวิชามาร์เก็ตติ้งงง

ปล พรุ่งนี้อยากทานอะไรอร่อยๆจัง อยากทานชาบู โฮๆๆๆ

เรื่อยเปื่อย

posted on 23 Sep 2009 04:06 by sawarenai  in Etc, University

ตอนนี้เป็นเวลาตีสี่แล้ว จริงๆมันก็เรียกว่าเข้าสู่อีกวันแล้วหละนะ ว่าแต่ทำไมยังมานั่งอัพไดอีกหละ
คำตอบคือ รอเวลาที่จะต้องไปสอบนั่นเอง ไม่อยากนอนแล้ว กลัวนอนแล้วตื่นไม่ทันสอบ

เมื่อกี้เพิ่งโหลดเพลงประกอบละคร HTG มาฟัง ชอบเพลง하늘을 봐  부가킹즈มาก
ไม่ไหวแล้ว เวลาฟังเพลงนี้ ทั้งๆที่ไม่รู้ความหมายนะ แต่มันนึกถึงแบบบรรยากาศหลังฝนตก
แบบที่ว่าดอกไม้มีน้ำเกาะอยู่ ผีเสื้อบิน ผู้คนกำลังเก็บร่ม แสงแดดกำลังสาดผ่านเมฆ
ความอึมครึมเริ่มหายไป และแสงสว่างเริ่มมาแทนที่ มันให้ความรู้สึกแบบนี้เลยจริงๆ ฮ่าๆๆ

พรุ่งนี้ ไม่สิ วันนี้ตอนเช้าเก้าโมงสอบวิชา Sales Management โอ้ววว ยากมากกก
คือนั่งอ่านมาตั้งแต่ประมาณบ่ายครึ่ง บทนึงใช้เวลาอ่านนานมาก เพราะว่าข้ามไม่ได้เลยซักบรรทัด
นั่งอ่านมีพักทานข้าวเย็นแป๊ปนึงแล้วก็อ่านต่อเรื่อยๆ จนมาหยุดตอนตีสามแล้วนั่งพักผ่อนสมอง
กะว่าซักตีห้าครึ่งจะทวนอย่างจริงจัง เจ็ดโมงครึ่งอาบน้ำ ทวนอีกครั้งคร่าวๆแล้วไปมหาวิทยาลัย
ก่อนเข้าห้องสอบก็หยิบเอามาดูนิดหน่อย แล้วก็สอบให้มันจบๆไปเลย จะได้รับกลับมานอน (จะได้นอนเหรอ)

ช่วงนี้กำลังเพ้อๆ มีเรื่องในใจอยู่หลายเรื่อง แต่ขี้เกียจจะเล่าให้ใครฟัง เหอะๆ
อาจจะเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับใคร แต่เกี่ยวกับตัวเองล้วนๆ เล่าให้ใครฟังก็ปวดหัวเปล่าๆ
อ้อ อีกอย่างนึง คิดว่าปัญหาบางอย่างมันจะจบลงเร็วๆนี้แล้ว เพราะฉะนั้นคงไม่น่าเป็นห่วง
มีอีกเรื่องที่กำลังบ้าบอ เรื่องขี้น้อยใจมันเริ่มกลับมาอีกแล้ว หวังว่ามันจะไม่แรงจนบ้าบอไปกว่านี้

คิดถึงตูนว่ะ ไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ ล่าสุดคุยกันเรื่องจะไปญี่ปุ่น ตั้งใจว่าเดี๋ยวจะเที่ยวกันที่นู่นเลย
ไปญี่ปุ่นหกอาทิตย์คราวนี้ อยากเที่ยวไหนจะเที่ยวให้หมดเลย อยู่ยาวขนาดนี้แล้วนี่นะ
อาหารฟรีเฉพาะจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์อาทิตย์เค้าจะให้เงินเราแล้วไปหาทานเอง โฮกกกก
สงสัยมันไม่ได้ไปไหนไกลนอกจาก โตเกียวและไซตามะ เหอะ ไกลกว่านั้นแพงไม่ไหวจริงๆ
แต่จริงๆตั้งใจว่าจะไปนาโกย่าด้วย คิดถึงมาริอ่ะ คุยกันไว้ว่าจะหาเวลาเจอกัน ต้องคุยกันอีกที
ยังไม่อยากเชื่อตัวเองว่าจะได้ไปญี่ปุ่นอย่างที่ฝันเอาไว้แล้ว แม้ว่าจะไม่เหมือนที่วาดเอาไว้ แต่ก็ได้ไปวะ
นอกจากจะได้ไปแล้วงานนี้ยังไปฟรีอีกด้วย ลดปัญหากู้ยืมพ่อแม่ได้นิดหน่อย จริงๆก็เยอะอยู่
ค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าเดินทาง สถาบันออกให้หมด แล้วก็มีเบี้ยเลี้ยงให้
ถ้าจะซื้ออุปกรณ์การเรียนมีงบให้ห้าพันเยน แต่คงไม่พอซื้อดิคไฟฟ้า อันนั้นต้องจ่ายเพิ่มเอง
ยังคงไม่รู้ต่อไปว่าจะเอาเงินติดตัวไปเท่าไหร่ เพราะไปนี่กะเที่ยวให้คุ้มด้วยเลยอ่ะนะ
ก่อนไปคงต้องขุดเอาเสื้อผ้าตอนไปเกาหลีมานั่งเลือก บางตัวมันก็ใช้ได้ แต่บางตัวหนาไป
ที่ไปเกาหลีมาเมื่อต้นปีมันหนาวกว่าที่กำลังจะไปญี่ปุ่น ช่วงนั้นเกาหลีแบบว่าอากาศอุ่นช้า
ตอนแรกนึกว่าไปเกาหลีจะเริ่มอุ่นแล้วที่ไหนได้ ก่อนไปถึงหิมะมันยังตกอยู่เลย แม่เจ้า
แต่ตอนที่ไปไม่ตกแล้ว ไม่งั้นได้แข็งตาย แต่จริงๆตัวเองก็ชอบนะอากาศหนาวๆเนี่ย ฮ่าๆๆ
ไม่ค่อยเป็นหวัดเพราะอากาศเย็น จะเป็นก็แต่เวลาอากาศร้อน ไม่ชอบเลยจริงๆ
เอาหละ ไปญี่ปุ่นคราวนี้เดี๋ยวจะพกเสื้อผ้าสวยๆไปด้วย เผื่อได้ใส่เที่ยวเดินในโตเกียวงามๆ

โปสเตอร์มันแปะแล้ว โฮกกก มันคือโปสเตอร์ที่เป็นรูปตัวเองกับบราเดอร์
อาจารย์จับไปถ่ายกับบราเดอร์ แล้วเอารูปไปทำโปสเตอร์ติดรอบมหาวิทยาลัย อายได้อีก
แล้วแบบเขียนชื่อ เลขไปดีเบ้อเริ่ม โฮกกก กลัวเค้าไม่รู้เหรอคะว่ามันคือนู๋ อ๊ากกก
ก็ยังงงๆ ว่าตัวเองเนี่ยนะ ชนะที่หนึ่งของประเทศ กล้าที่จะชนะ มันได้รางวัลมางงๆ
แล้วมันยังกล้าที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปญี่ปุ่นต่ออีก กล้ายิ่งกว่า ฮ่าๆๆๆ
แต่นะ นับตั้งแต่ปีที่แล้ว มันก็กล้าละ กล้าที่จะไปขอเซ็นเซย์เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยไปแข่ง
จำได้ว่าเริ่มเขียนเรียงความภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนห้า แล้วก็ส่งไป ผลว่าติดห้าคนสุดท้าย
แล้วก็ต้องไปพูดโชว์ในรอบสุดท้าย ซ้อมเกือบทุกวัน ฝึกก่อนนอนตลอด จนเก็บเอาไปฝัน
สุดท้ายก็ชนะสมใจ จริงๆคิดเอาไว้แค่ที่สาม แต่นี่ชนะเลิศมา ดีใจจริงๆ
วันนั้นทุกคนในบ้านไปเชียร์ ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ มัดหมี่ ขนไปหมดบ้านเลย
ส่วนกองเชียร์ทางมหาวิทยาลัยก็ขนกันมาเยอะได้อีก มากันเกือบทั้งคณะเลย
มีเหล่าเซ็นเซย์ ซาวาดะเซ็นเซย์ โยชิโกะเซ็นเซย์ มารุยาม่าเซ็นเซย์ มิกะเซ็นเซย์ ฮิโรโกะเซ็นเซย์
มีอีกกกก โคจิเซ็นเซย์ สุพินเซ็นเซย์ มิกะซังภรรยาซาวาดะเซ็นเซย์ โฮกกก เยอะมาก
ที่อื่นเค้ามากันแบบ สองคน ไม่เกินนั้น มหาวิทยาลัยเรานี่ ขนไปเกือบหมด
ขอขอบคุณทุกคนมาที่ไปให้กำลังงใจ แล้วตอนประกาศรางวัล กรี๊ดให้ลูกศิษกันดังได้อีก ฮ่าๆๆๆ

อูยยย นี่มันจะสอบนะ ยังมานั่งอัพไดยาวได้อีก ฮ่าๆๆๆ
เคยถามหลายคนว่าทำไมเวลาใกล้สอบแล้วเอาแต่อยากทำอย่างอื่น
ใครซักคนบอกว่า อยากหนีความจริงไง เลยแบบพยายามไม่คิดถึงมันแล้วเอาแต่ทำอย่างอื่น ฮ่าๆๆ
สงสัยที่เค้าพูดกันนี่ท่าว่าจะจริง ฮ่าๆๆๆ เอาหละ นี่ก็ตีสี่ครึ่งแล้ว อีกชั่วโมงต้องเริ่มทวนหนังสือต่อ
ตอนนี้ก็นั่งฟังเพลงอารมณ์หลังฝนตกนั่นไปก่อนแล้วกัน ฮ่าๆๆ (สรุปที่อ่านมาลืมหมดเลย เวรกรรม)

edit @ 23 Sep 2009 04:28:21 by Sawarenai

เครียดเอาเรื่อง

posted on 17 Sep 2009 14:52 by sawarenai  in University

ช่วงนี้ทานอะไรเข้าไปก็จะออกหมดเลย ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
หนักเข้าทานแล้วปวดท้องเลยก็มี สงสัยอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
พอได้คุยกับพี่โบว์เลยเริ่มเข้าใจว่าตัวเองเครียดเกินไป มันเลยสุขภาพแย่
ช่วงนี้เครียดจริงๆ ไม่ไหวจะเครียด เฮ้อออ งานกลุ่มเอย สอบเอย แย่แน่
ต้องโทษตัวเองที่ไม่เตรียมพร้อมตั้งแต่ต้นผลมันเลยออกมาแบบนี้
ส่วนเรื่องงานกลุ่มนี่ไม่ไหวจริง เจอคนแย่เข้าไปมันเลยเน่าเลย

นอกจากเรื่องเรียนแล้วก็ต้องยุ่งเตรียมเรื่องเอกสารไปญี่ปุ่นด้วยฅ
จะบินวันที่ 21 ตุลาคม(ถ้าไม่มีไรผิดพลาด) กลับมาวันที่ 25 ธันวาคม
งานนี้ไปอยู่ญี่ปุ่นหนำใจ6สัปดาห์ เป็นช่วงที่อากาศดี เย็นๆ ชอบ
นอกจากจะได้ไปอย่างที่ฝันไว้แล้ว งานนี้ยังไปฟรีอีกด้วย เอ้ออ
ทั้งค่าตั๋ว ทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ฟรีหมดเลย
คือจริงๆตัวเองเป็นคนไม่ชอบไปสอบชิงทุนเลยไม่คิดว่าจะได้ไปฟรีๆ
แต่คราวนี้ที่ได้ไป เยี่ยมยิ่งกว่าสอบชิงทุนเสียอีก ดีใจจัง
อาหารสามมื้อที่สถาบัน เสาร์อาทิตย์เค้าก็ให้เงินค่าขนม เอ้อดีจริง
งานนี้ไปอยู่ไซตามะ ใกล้ๆโตเกียว เดินทางแป๊ปเดียวก็ถึง
แต่ไม่ได้ไปเที่ยว ต้องไปเรียน เตรียมตัวพูดสุนทรพจน์งานแฟร์
จะได้ไปนอนโฮมสเตย์หนึ่งคืน ครบรสจริงๆเลยไปครั้งนี้
ก่อนกลับมีทัวร์ฮิโรชิม่า กับแถบคันไซพวกเกียวโต โกเบ
แย่อย่างเดียว ไปคนเดียว ไม่สิ ไปกับอีกคนนึงที่มาจากเชียงใหม่
งานนี้คงต้องไปทำความรู้จักกันเอาเองแล้ว ฮ่าๆๆๆ ผู้ชายซะด้วยสิ

วันนี้เอางานมาส่งเซ็นเซย์ตอนสิบโมงกว่า แล้วก็เอาเอกสารให้ช่วยดู
เอาของให้เป็นการขอบคุณที่ช่วยฝึกเรื่องสุนทรพจน์ด้วย
แล้วบังเอิญวันนี้วันเกิดโยชิโกะเซ็นเซย์พอดีเลย แล้วได้สองต่อ
หลังจากนั้นก็นั่งคุยกับเซ็นเซย์เรื่องไปญี่ปุ่น ได้แผนที่รถไฟมาละ
พอเสร็จธุระก็ไปหาซิน ไปทานข้าวที่ร้านประจำ ฮ่าๆๆ
สั่งรามยอนกับไก่ทอด ส่วนซินสั่งอีกสองอย่าง
วันนี้ลูกชายอาจุมม่ามาช่วยเสิร์ฟน่ารักมากกกกกกกกกก
ทานข้าวกันเสร็จก็ไปที่หอซิน รอซินซักผ้าแล้วมานั่งทำงาน
ตอนนี้เลยอยู่ห้องสมุด รอซินปริ้นท์งานแล้วจะไปเอาของที่หอซิน
วันนี้ซินจะไปนอนที่ห้อง เพราะพรุ่งนี้มีนัดต้องไปด้วยกัน หึหึ
อ่อออ ตอนไปหาเซ็นเซย์ได้เห็นโปเตอร์รูปตัวเองแล้ว
ไม่ไหวๆนะ พื้นหลังสีเหลือง แล้วตัวเองใหญ่ได้อีกอ่ะ
หน้านี่มันเลยทีเดียว พอถามว่าจะแปะที่ไหนบ้าง
เซ็นเซย์บอกว่า หลายที่เลย จะแปะไว้แบบราวๆหกเดือน โฮกก
เดินไปไหนมาไหนในมหาวิทยาลัยได้สนุกแน่ๆงานนี้

เอาหละไฟนอลกำลังมา ก็สู้ตายยยยยยยยยยยยยย

อารมณ์แปรปรวน

posted on 07 Sep 2009 21:53 by sawarenai  in University
ช่วงนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงมรสุมของชีวิต ทำอะไรมันก็ไม่ได้อย่างใจไปหมดเลย
มีเรื่องอะไรเข้ามาหน่อยก็ทำเอานอนไม่หลับ ไม่ก็นอนเครียดจนตื่นมาปวดหัว
น่าสงสารคนรอบข้างที่ตามอะไรไม่ทัน เปลี่ยนอารมณ์เร็ว จนใครก็ตามไม่ทัน
แต่พูดไปก็เท่านั้นมันเป็นบ่อยจนเค้าไม่อยากจะตามแล้ว มีแต่คำว่าระอา
ถ้าเงียบไป อย่างมากก็แค่มีคำพูดแนวๆว่า ปล่อยมันไปเถอะ เป็นบ้าอะไรอีก
ช่างมันเถอะ อย่ามาใส่ใจกับคนบ้าๆเลย ยังไง มันก็บ้าๆของมันแบบนี้บ่อยๆ

ไม่มีอะไรดีขึ้น สงสารคนที่เค้าเป็นห่วงและทนฟัง ขอโทษจริงๆที่ทำให้เป็นห่วง
อยากเป็นคนปล่อยวางกับอะไรต่อมิอะไรได้บ้าง แต่นะนั่งบ่นไปก็เท่านั้น ไม่มีอะไรดีขึ้น

------------------------- [...หนีไปสงบสติอารมณ์...] -------------------------


โอเค มันหายบ้าไปนิดนึงละ บางทีเวลาที่เจออะไร ก็ต้องหนีไปทำใจ อยู่เงียบๆ
หลังจากไปนอนสลบสติอารมณ์เล่นซุโดคุมา มันก็เย็นลงบ้างแล้ว หึหึ
อย่างน้อยก็ไม่ระเบิดห้องแตกหละวะ ไม่งั้นเจอใครได้เหวี่ยงหมดแน่นอน

ตอนนี้กำลังบ้าฟังเพลงไทย ไม่รู้อารมณ์ไหน กลับมาฟังเพลงไทย พวกเพลงเก่าๆ
แต่ก็ไม่ได้เก่ามากขนาดแบบรุ่นพ่อแม่นะ เป็นแบบสมัย พีซเมกเกอร์ อะไรแนวนั้น
คิดว่าเพลงไทยสมัยก่อนดีกว่าตอนนี้มากๆ ทำนองมันเพราะและติดหูมากกว่า
ตอนนี้เพลงไทยที่ชอบก็มีของแสตมป์ อันนั้นชอบมากจริงๆ ทั้งดนตรีและเนื้อเลย
เริ่มเบื่อเพลงเกาหลีญี่ปุ่นแล้ว ไม่รู้ทำไม เหมือนไม่มีอะไรใหม่ๆที่ชอบหละมั้ง
อีกอย่างดงบังยังไม่ได้ออกเพลงอะไรใหม่ด้วย รอออกเพลงใหม่ก็คงมีอะไรให้ฟัง

พรุ่งนี้พรีรีจิสแล้ว ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะลงอะไรบ้าง เทอมหน้าต้องลงแต่ตัวญี่ปุ่น
เพราะว่าจะไปอยู่ญี่ปุ่นตั้งแต่ปลายตุลายันต้นธันวา มันกินเวลาเรียนไปเดือนกว่า
แล้วเดือนกว่าที่ว่าคือต้องกลับมาตามงานเอาเอง แย่หน่อยไม่มีเพื่อนเรียน เฮ้ออออ
ทุกอย่างเลยต้องกระเสือกกระสนเอาเอง เอาเถอะ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนี่เนอะ สู้ๆ

ระยะก่อน มีช่วงที่คิดว่า เวลานี้มันช่างมีความสุขเสียนี่กระไร เหมือนฝันไป
สุดท้ายพอตื่นขึ้นวันวานอันแสนหวานนั่นก็กลายมันเป็นความจริงที่เลวร้าย
ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการต้องรับความจริงที่แสนเจ็บปวดอีกแล้วหละ เฮ้ออออออ
ช่วงนี้ถอนหายใจวันละร้อยรอบได้ ต่อให้หัวเราะอีกล้านทีก็ชดเชยไม่ได้แน่ๆ
แย่จังที่มันหลงระเริงไปกับความสุขชั่วคราวที่มันเพ้อฝันเอามากๆ ปวดใจจริง
หลังจากที่ตื่นขึ้น ก็ได้แต่บอกตัวเองว่า ตื่น และตั้งสติ อย่ามัวแต่คิดถึงเรื่องความฝัน
คนเรายังต้องก้าวต่อไป วันที่ผ่านมาเก็บเอาไว้เป็นบทเรียนและตอกย้ำเราก่อนจะทำอะไร
ก้าวต่อไปต้องค่อยๆไป ก้าวอย่างระมัดระวัง ที่สำคัญ เลือกทางที่จะไปให้ถูก
แบะแม้ว่าก้าวไปแล้วจะเป็นทางที่ผิด ก็ต้องทำใจยอมรับ และไม่กลัวที่จะก้าวต่อไป

สุดท้ายของไดอารี่วันนี้ ขอบคุณหลายๆคนที่ทนรับฟังความอะไรบ้าๆนี่
และท้ายที่สุด เราเองก็จะพยายามค้นหาหนทางที่เหมาะที่ควร และก้าวไปอย่างภูมิใจ

บู้ทงานเจเอ๊ด

posted on 31 Aug 2009 23:04 by sawarenai  in University

ได้รับมอบหมายมาจากรุ่นพี่ให้ไปเปิดบู้ทในนามของมหาวิทยาลัย เอาวะ ไปก็ไป
เตรียมงานกันมาเรื่อยๆต่เอาเข้าจริงๆ ได้วางแผนจริงจังเอาสองวันก่อนงานจริง
ตอนเย็นนัดเจอเพื่อนๆที่ห้องซ้อมดนตรีโดยมีจอมเป็นคนพาไปใช้ห้อง (อภิสิทธิ์มาก)
นั่งคุยกันจนหิวข้าวก็เลยพักไปทานข้าวแล้วก็มทีเล่นกันจนเริ่มรู้จักเพื่อนคนอื่นๆมากขึ้น
กลับมาที่ห้องคิดแผนงานกันต่อ แต่มันก็ดึกแล้ว สามทุ่มแล้ว เลยต้องแยกย้ายและนัดออนเอ็ม
กลับมาที่หอแล้วก็รีบออนทันที แต่เพราะคืนก่อนนอนดึกเลยไม่ได้คุยโต้รุ่งเหมือนคนอื่นๆ

เช้าวันศุกร์ตื่นมาแล้วก็ไปที่สำเพ็งกับพาหุรัดเพื่อซื้ออุปกรณ์ที่เมื่อเช้ามืดเพื่อนๆลิสต์มา
ไปเดินกันสองคนกับน็อป เดินได้ไม่นานฝนก็ตั้งเค้า โชคดีที่ขึ้นแท็กซี่ก่อนเลยไม่เปียก
แวะสยามทานข้าว ก่อนถึงร้านเจอพี่โบว์โดยบังเอิญด้วย กูเซ็น กูเซ็น ฮ่าๆๆๆ
ทานๆอยู่เพื่อนเริ่มโทรหาเลยเร่งมือแล้วรีบนั่งรถไฟฟ้าไปที่ศูนย์ประชุมทันที
เจอตาล แล้วก็คนอื่นๆ แต่พวก ปาย จอม แพท ไปซื้อของกันยังไม่กลับ
พวกเคนก็ยังไม่มาถึง เลยได้แต่ทำงานในส่วนเท่าที่ทำได้ แต่ก็ไม่เยอะมาก
พอพวกจอมกลับมาก็ยังทำได้ไม่มาก เพราะรอเคน สรุปเคนมา ของไม่พอ
เลยต้องนั่งใต้ดินไปเอสพลานาร์ดกับจอมและตาล ซื้ออุปกรณ์และเสบียงมาเพิ่ม
งานนี้กว่าจะเลิกงานกันก็เที่ยงคืนกว่า ยัง ยังไม่ได้กลับหอ เพราะต้องไปซ้อมบูม
หาที่โล่งกว้างไม่ได้เลยต้องไปที่สี่แยกสีลมตรงลานหน้าสวนลุม น่ากลัวได้อีก
ซ้อมกันจริงจังจนถึงตีสองครึ่งถึงได้แยกย้ายกันกลับบ้าน ตัวเองก็กลับรถจอม
กว่าจะถึงหอก็ต้องส่งคนนั้นคนนี้เยอะแยะมากมาย เลยหลับระหว่างทางซะเลย

วันรุ่งขึ้นโทรปลุกคนขับรถ ขี้เซาตั้งนานกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง วันนี้เลยไปสายหน่อย
แต่ว่าก็ทันเตรียมงานที่เหลือๆ แล้วก็เจอน้องๆที่มาช่วยบูมด้วย ตังสูงกันจริงๆ
กว่าจะได้บูมก็สิบโมงกว่า งานนี้เล่นกันสุดชีวิตไม่ห่วงสวยงามแล้ว เน้นที่สะพรึง
ต้องขอบใจน้องๆมากที่มาช่วยงาน ไม่งั้นพวกพี่ๆตายแน่นอน แบบไม่เหลือซาก
เลิกงานก็ไม่กลับแต่งบู้ทต่อ เพราะวันต่อไปคนจะน้อย เลยปรับที่นิดหน่อย
หลังจากนั้นก็หอบกันไปทานข้าวที่เอสพลานาร์ด ถึงที่ก็ยังเลือกร้านกันไม่ได้อีก
สุดท้ายจบที่โอโตยะ นั่งทานกันสิบเอ็ดชีวิต นั่งกันจนเค้าปิดไฟ น่ากลัวมากกกก
งานนี้รู้จักน้องหน้าใหม่ๆเยอะเลย ทั้ง นุ่น หม่ำ(หม่อง) กัน คิว โอ้ค ฮาๆทั้งนั้น
ขากลับน้องๆก็ติดรถกลับหอด้วย เพราะบางคนอยู่หอใน แต่สุดท้ายไอ้เราก็หลับในรถอยู่ดี

วันสุดท้ายแอบมีแขบรับเชิญมาช่วย สาวสวยแห้มรูมเมทกี้ ฮ่าๆ
งานนี้เงียบเหงาได้อีก คนที่เดินมีแต่พวกเฝ้าบู้ท เลยเน้นเอาสบายๆแล้วสนุกๆกันเอง
มาซาโกะเซ็นเซย์ก็มานั่งช่วยๆกันอยู่นาน สนุกสนาน แถมเลี้ยงโดนัทด้วย
วันเสาร์ไม่ได้ทานอะไรเลย วันนี้ค่อยยังชั่ว ได้ทานข้าว ทานขนม
แต่กว่าจะจบงานก็ไม่ใช่ไม่เหนื่อย โฮกก แต่แล้วมันก็เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี

งานนี้แม้จะไม่ได้รางวัลอะไรติดมา แต่ก็ได้ประสบการณ์ และได้รู้จักเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ
ขอบคุณทุกคนที่ทำให้งานมันออกมาดีขนาดนี้ เอาไว้งานหน้าช่วยกันอีกเนอะ