posted on 13 Nov 2009 19:48 by sawarenai in Holiday
วันนี้เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่แย่มากๆในญี่ปุ่น อารมณ์เสียได้ทั้งวัน โฮก
ตอนเช้ามีเพื่อนคนนึงทำเอาอารมณ์เสีย เสียไปเกือบทั้งวัน เบื่อมาก
ไปๆมาๆก็ต้องมานั่งเครียดเรื่องการกลับหอวันอาทิตย์อีก โอ้ยยยยยยยย
ทำไมต้องให้ไปซะไกลขนาดนั้นด้วยยยยย วะคะะะะะ ไม่เข้าใจเลยยยยย
ต่อจากนั้นตอนทานข้าวเย็นก็อารมณ์แย่สุดๆ แทบจะวีนกราดดดดดดดด
ถามจริง ใครเป็นคนจับคู่โฮสต์กับนักเรียนให้ฟร่ะ อยากจะบีบคอออออ
มีคนที่ต้องเดินทางไกลสามคน แต่ในบรรดาสามคนนั้น ตัวเองซวยที่สุด
นอกจากจะต้องเดินทางไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมงแล้ว โฮสต์ยังแบบไม่ถูกใจ
ก่อนมาเค้าจะให้กรอกไปรีเควสโฮสต์ ที่ได้มาตรงข้ามกับใบนั้นหมดเลย
อยากได้เป็นครอบครัว ได้สองตายาย อยากได้คนไม่สูบบุหรี่ ก็ได้คนสูบ
โอ้ยยยยย ยอดเยี่ยมอะไรแบบนี้ มันน่าไปจริงๆเลย (วีนแตกกกกกกกกก)
แล้วคนที่แจกใบรายชื่อโฮสต์ โอ้ย หน้าตาสะใจ ขำตลอด ลองไปเองบ้างมะ
เดินทางเปลี่ยนรถไฟหกรอบ เดินเท้า และนั่งรถบัส ครบบบบบเลยยยย
แล้วไปตั้งไกล แน่นอน มันบ้านนอกมากกก อยู่หลังเขา บ้านนาโดยแท้เลย
ตอนนี้จะบ้าตายแล้ว พยายามวางแผนตอนกลับ เพราะต้องกลับเองงง
แล้วให้ไปที่ที่ไม่รู้จัก แนะนำอะไรก็ไม่แนะนำ ตายกลับมาใครจะรับผิดชอบเนี่ย
posted on 13 Nov 2009 14:53 by sawarenai in Holiday
วันนี้ไปทัศนศึกษาในไซตามะมา ทุกวันเรียนเก้าโมงครึ่ง แต่วันนี้ต้องออกแปดโมงครึ่ง
รีบตื่นมาแต่งตัวลงไปทานข้าว ออกตามเวลาเป๊ะ ดีนะที่ไม่ตื่นสาย ไม่งั้นอดไปชัวร์ เหอะๆ
นั่งรถบัสของที่นี่ไปประมาณชั่วโมงนิดๆพวกเราทั้งหมดก็มาถึงที่โรงงานทำยางลบ
ตอนแรกก็งงว่าให้มาทำไมโรงงานทำยางลบ แต่เมื่อคืนพี่ออยมาบอกว่ามันไม่ใช่ยางลบทั่วไป
มันคือยางลบรูปสิ่งของต่างๆ ทั้งขนม เค้ก เครื่องเขียน เครื่องราง อะไรเยอะแยะมากเลย
ทุกทีถ้าซื้อตามห้างโตคิวแฮนส์จะแพง แต่มาถึงที่นี่ได้ซื้อในราคาถูกมากๆ โชคดีสุดๆ
ตอนแรกเค้าก็พาทัวร์โรงงาน ดูตั้งแต่ทำยางลบ ย้อมสี ตัดรูปร่าง กลิ่นแรงมากขอบอก
แล้วชะโจก็มาต้อนรับแล้วเล่าประวัติของการเริ่มทำโรงงานตั้งแต่แรกกกกยันปัจจุบัน
ตอนท้ายๆให้ส่วนประกิบยางลบมา แล้วพวกเราก็ต้องมาต่อกันเอง มีรูปพาเฟ่ต์ รถดับเพลิง กบ
ก่อนกลับก็ไปที่ร้านขาย ซื้อได้ในราคาถูกกว่าข้างนอกมากกก ซื้อหมดไปสองพันกว่าเยน
ก่อนจะไปเที่ยวกันต่อก็แวะทานข้าวที่โรงเรียนพริ้นซ์ ไฮโซมาก มันเป็นบุฟเฟต์บนห้องกระจก
แต่ว่าไม่ได้นั่งติดกระจกเพราะว่าเค้าติดต่อห้องส่วนตัวเองไว้ต่างหาก ข้าวแกงกะหรี่กับเค้กอร่อยมาก
อิ่มท้องกันแล้วก็เดินทางกันไปต่อที่วังเก่าสมัยเอโดะ โอ้ยยยย ขอบอกว่ามันเหมาะแก่การถ่ายรูปมาก
มันมีทั้งใบไม้ผลัดสีและวิวธรรมชาติที่น่ามอง วันนี้ให้พัฒน์เป็นตากล้องจำเป็นไปหลายรูป
มานั่งดูรูปในกล้องพัฒน์แล้วแบบ นี่ฉันถ่ายโฟโต้บุ๊คส่วนตัวอยู่หรืออย่างไร ฮ่าๆๆๆๆ
วันนี้มีทัวร์คนไทยมาด้วย ตอนแรกเดินกับเพื่อนคนลาว แล้วได้ยินเสียงคนพูดภาษาไทย
ทั้งไทยทั้งลาวหันไปตามเสียงกันทันที แล้วก็เดินหัวเราะกันว่า เฮ้ออออ คนไทยอีกแล้ว ฮ่าๆ
ก็ถ่ายรูปกันพอหามปากหอมคอแล้วพวกเราก็ต้องไปที่อื่นกัน คราวนี้เป็นเมืองเก่าสมัยเอโดะ
ฝนมันตกเลยเดินกันลำบากน่าดูเพราะว่าถนนเปียก ฝนสาด ร่มก็เอาไม่อยู่ เมื่อไหร่จะหยุดตกคะ
ตอนแรกเค้าพาไปที่ร้านขายขนม แต่ตัวเองไม่ได้ซื้ออะไร มีเพื่อนซื้อไอศครีมรถมัน อร่อยมาก
หลังจากนั้นก็เดินเล่นกันซักพักแล้วก็เดินกลับไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ ขากลับหลับมาตลอดทาง โฮก
เป็นวันที่เพลียมาก เพราะว่าวันก่อนไปเดินเที่ยวจนขาขวิดแล้ว เฮ้อ วันนี้คงต้องนอนไว
ปล เบื่อฝนนนนนน เมื่อไหร่มันจะหยุดตกกกกกกกกกกกกกกก
posted on 10 Nov 2009 09:45 by sawarenai in Holiday
ทริปนาโงย่ามาแล้วจ้าาาาาาาาาาาาา
ตอนเช้าตื่นมาแล้วนอนต่อจนถึงประมาณเจ็ดโมงครึ่ง รีบลุกมาแต่งตัวเลย ไปชินคังเซ็นตอนสิบโมง
กว่าจะไปถึงสถานีโตเกียวอีก โอ้ยยยยยยยย กลัวตกชินคังเซ็นสุดๆ เพราะรถไฟจะเทียบท่าแค่ห้านาทีเท่านั้น
ออกช้ากว่าที่คิดเอาไว้สิบห้านาที นั่งรถไฟใช้เวลาไปห้าสิบนาทีได้ มาถึงที่สถานีโตเกียวตอนเก้าโมงสิบ
มีเวลาเหลือเฟือที่จะศึกษาการไปเพราะว่าไม่เคยนั่งเลยต้องใช้เวลางม แล้วก็ไปเดินซื้ออาหารเช้าด้วย
และแล้วมันก็งงเองไม่ได้สุดท้ายต้องถามเจ้าหน้าที่ เฮ้ออออ แต่อย่างน้อยก็สามารถขึ้นชินคังเซ็นทันเวลา
นั่งยาวแบบไร้อะไรจะทำ หลังจากทานแซนวิชเสร็จก็นั่งมองออกไปข้างนอกเรื่อยๆ เบื่อมากกกกกก
แต่นั่งเหม่อๆซักพัก เฮ้ยยย ภูเขาไฟฟูจินี่นา กรี๊ดกร๊าดถ่ายรูปอยู่คนเดียว ฮ่าๆ ภูเขาไฟฟูจิสวยมาก
ต้องบอกเลยว่าโชคดีมากที่ได้ที่นั่งแถวอี ไม่อย่างนั้นมองไม่เห็นแน่นอน โฮกกก โชคดีจริงๆ
นั่งยาวเกือบสองชั่วโมงก็ถึงนาโงย่า อากาศร้อน เพราะลงมาใต้อีก ร้อนจนต้องถอดเสื้อนอก
แวะเข้าห้องน้ำก่อนแล้วก็เดินออกมา ตอนที่กำลังมองๆว่าแม็คมันอยู่ตรงไหน มาริวิ่งมาพอดี
โอ้ยยย วิ่งมากอดกันกลม ไม่ได้เจอกันสองสามปีแล้วอ้ะ คิดถึงแต่มาหากันไม่ได้ วันนี้ได้เจอซะที
เมื่อก่อนตอนอยู่โรงเรียน ถ้าไม่นับตอนทานข้าวก็นั่งเรียนด้วยกันตลอด ตัวติดกันเกือบทั้งวัน
หลังจากเจอกับมาริ ก็ต้องไปซื้อตั๋วหนึ่งวันสำหรับสายรถไฟนาโงย่าที่สถานีใต้ดิน
แล้วก็ไปเช่าล็อกเกอร์สามร้อยเยนเอาเป้ที่ใส่เสื้อผ้าไปเก็บ ก่อนจะเดินทางไปอควอเรี่ยมกัน
ตอนนั่งรถไฟคนมองสองคนนี้อย่างกับตัวประหลาดมากมาย เพราะมันคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ
คือจริงๆไอ้เราก็พูดญี่ปุ่นได้ แต่พอมาเจอเพื่อนคนนี้ มันแปลกๆที่จะพูดญี่ปุ่น เลยฝอยอังกฤษ
นั่งรถไฟเปลี่ยนสองสามสายแล้วก็มาถึงอควอเรียม มันใหญ่มากกกกค่ะพี่น้องงงงงงงง
อควอเรียมที่นี่อยู่ติดทะเล มีละคร และหนังญี่ปุ่นหลายเรื่อยเลยมาถ่ายทำที่นี่
เอาที่ดังๆหน่อยก็มีเรื่อง Water Boys เลยค่ะ พอมาถึงที่นี่แล้วแบบนึกถึงหนังเลย
เดินดูน้องโลมากันจนอิ่มเอมแล้วก็ไปซื้อของมานั่งทานเล่นรอดูโชว์ปลาโลมารอบสามโมง
ที่นี่ใหญ่มากกกอะ มันมีจอยักษ์ด้วยยยย ที่สำคัญโชว์น่ารักกกกกกกก ชอบโลมาาาา
เสร็จแล้วก็ออกมาซื้อไอศครีมยืนทานกันก่อนจะนั่งรถไฟกลับมาเดินเอคิจิกะที่นาโงย่า
มาริพาขึ้นไปดูวิว เห็นสถานีNHKด้วย อันนี้แบบช่องที่ฉายทั่วโลก ไม่ใช่ช่องญี่ปุ่น
หลังจากนั้นก็เอาเป้ แล้วนั่งใต้ดินไปที่อีกย่านเพื่อไปทานข้าวเย็นกันนนน
มาแล้วววว ฮิซึมาบูชิที่บึกกี้ชอบบบ ที่ร้านจะขายแต่พวกปลาไหล ไม่มีอย่างอื่น
คนรอโต๊ะเยอะเลย ท่าทางว่าจะเป็นร้านดัง แต่ราคาค่อนข้างแพงเลยทีเดียว
ฮิซึมาบูชิมีวิธีทานสี่แบบ ทานแบบไม่ปรุง ปรุงเครื่องเคียง ใส่น้ำซุป และใส่ทุกอย่าง
ชอบบบอ่ะ กลายมาเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ชอบที่สุดแล้วในตอนนี้ โฮกกกกกกกกก
ก่อนกลับ ไปที่ห้างอีออนสาขาใกล้บ้านมาริ แวะถ่ายพุริกันชั้นบน สนุกสนาน
แล้วตอนเดินกลับ ได้เจอแฟนมาริด้วย โอ้ยยย แม้ไม่สูงแต่หล่ออออออออออออออ
ตอนแรกที่เห็นแอบอึ้ง หล่อแบบน่ารักๆ ดูดีมากกกกก เพื่อนเรานี่มันเจ๋งจริง ฮ่าๆ
แฟนมาริชื่อเคตะ แต่ให้เรียกเคจัง ไอ้เราก็เลย เคจังๆๆ เคจังเดินไปส่งที่บ้านมาริด้วย
บ้านมาริอยู่บนเนินเขาอ่ะ เดินกันขาลาก แต่เพราะอากาศเย็นๆเลยไม่เหนื่อยเลย
ที่บ้านหลังเล็กหน่อย แต่ใช้สอยพื้นที่คุ้มค่ามากมาย ดูดีเลยทีเดียวหละ ฮ่าๆๆๆ
คุณพ่อนั่งดูเบสบอลอยู่กับโคเฮพอดี ก็เลยทักเป็นญี่ปุ่นไป เค้าก็ตกใจกันใหญ่
พอคุณแม่กลับมาจากการไปซื้อชูครีม คุณแม่ก็ตกใจอีกคน ไม่มีใครรู้ว่าพูดญี่ปุ่นได้
ทุกคนถามใหญ่เลยว่าพูดได้แล้วเหรอ โอ้ววววว ตกใจมากเลย ไอ้เราก็ได้แต่ยิ้ม
ทีนี้ทุกคนเลยคุยด้วยใหญ่เลย มาริก็บอกว่าเป็นเพื่อนกันมานาน ไม่เคยใช้ญี่ปุ่นกันเลย
ก่อนจะอาบน้ำ มาริก็มาสอนวิธีอาบแบบโอฟุโระ แล้วก็อาบน้ำ นั่งเล่นคอม นอนนน
ตอนเช้าตื่นมา ลงไปทานข้าว ขึ้นมาแต่งตัวแต่งหน้า แล้วเดินทางไปอินุยามะโจ
ปราสาทที่นี่เก่าที่สุดในญี่ปุ่น บ้านเมืองรอบๆก็คงไว้ซึ่งแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
มีให้เช่ากิโมโนเดินเที่ยวด้วย แต่ว่าแพงมาก เจ็ดพันเยนนนนนนนนนนนนนนน
เดินในวัดไปจับใบเซียมซี ได้อันที่ดีที่สุดมา โชคดีจริงๆ ฮ่าๆๆ มาริก็ได้ใบดีรองมา
เดินจนขึ้นไปถึงบนปราสาท วิวสวยมาก มองเห็นวิวไปไกลสุดลูกตาเลยทีเดียว
พอออกมาด้านนอกก็เพิ่งไปสังเกตต้นที่มีดอกไม้ มันคือซากุระสี่ฤดู สวยมาก
แม้จะไม่ได้มาช่วงเมษาแต่ก็ได้เห็นซากุระแล้วววววววว เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
ก่อนจะออกไปแวะทานน้ำ เป็นน้ำอัดลมของญี่ปุ่นชื่อว่ารามุเนะ ข้างในมีลูกแก้วด้วย
เพราะไม่มีอะไรทำแล้วก็เลยกลับไปที่บ้านมาริ แล้วออกมาทานข้าวกันที่ห้าง
ใกล้ๆเวลาแล้วเลยรีบกลับไปเอาเป้ ร่ำลาทุกคน แล้วคุณแม่มาริก็มาส่งที่สถานี
มาริซื้อบัตรเข้าไปในชานชาลาชินคังเซ็น ช่วยเลือกเอคิเบ็น แล้วก็นั่งรอรถไฟ
ตอนรถไฟมาก็กอดกันไม่เลิก ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้เจอกันอีกกกกกกกกก
ขึ้นชินคังเซ็นมาก็ใจหายนะ อีกนานแน่ๆกว่าจะได้เจอหน้ากัน เฮ้ออออ
ขากลับโชคดีชาร์ตเอ็มพีสามมาจากบ้านมาริ เลยมีอะไรนั่งฟังจนถึงโตเกียว
เอคิเบ็นมันไม่ร้อนอ่ะ มันเลยไม่อร่อยมาก ทานไม่หมด เลี่ยนเสียก่อน
มาถึงโตเกียวสองทุ่ม มีปัญหาเรื่องทางออก ต้องไปคุยกับเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่หญิงที่นี่โคตรรรรรรร ดุเลยอ่ะ น่ากลัวที่สุด จะกินหัวผู้โดยสารแล้ว
กลับมาถึงสถานีตัวเอง การ์ดใช้ไม่ได้ ต้องไปยื่นบัตรชินคังเซ็น แล้วถึงออกได้
เป็นการเดินทางที่เหนื่อย แต่ก็สนุกไปอีกแบบ ได้เห็นเมืองและผู้คนที่ต่างออกไป
พอกลับถึงหอ อาบน้ำ แล้วก็มานั่งปั่นการบ้านเลยทีเดียว โฮกกกกกกกกกกกกกก
posted on 04 Nov 2009 19:50 by sawarenai in Holiday
วันนี้ตื่นมาแต่เช้าเพราะเสียงปลุกของโทรศัพท์ ไม่รู้ทำไมมันต้องปลุกทุกเช้วด้วย
มันปลุกทุกหกโมงเช้า แล้วแบบบางวันไอ้เราก็อยากนอนตื่นซักแบบแปดโมง
เฮ้อ แต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นมาปิดแล้วก็นอนต่อจนถึงแปดโมงครึ่ง อดทานข้าวช้าว โฮก
ตอนเช้าเรียนเรื่องการชวนไปทำนั่นนู่นนี่ มีตัวอย่างให้ดูคือชวนไปเล่นรถไฟเหาะ
ไม่อยากจะบอกว่าผู้ชายที่อยู่ในดีวีดีหน้าเหมือนคนที่เล่นหนังวายเลย ฮ่าๆๆๆ
เรียนตอนเช้าจะนั่งจ้องนาฬิกาทุกวัน เพราะว่าอยากรีบไปทานข้าวกลางวันแล้ว
วันนี้เพื่อนที่นั่งข้างๆก็บ่นว่าเมื่อไหร่จะได้ทานข้าวหิวแล้ว โอยยย สุดยอดทรมาน
แล้ววันนี้เซ็นเซย์ปล่อยช้า ตอนแรกนึกว่าจะไม่ทันแล้ว แถวยาวแน่ๆเลย
แต่สรุป คนอื่นก็ยังไม่มีเลย แปลกจริงๆ วันนี้สงสัยเค้าปล่อยเช้ากันหมด
อาหารกลางวันก็ทานไอ้ที่ชอบๆ ซ้ำๆเดิมๆไม่กี่อย่าง ตบท้ายด้วยชาเขียวร้อน
เมื่อคืนมีเจ้าหน้าที่โทรมาบอกว่ามีพัสดุมาส่ง เป็นโทรศัพท์มือถือ
คือตอนแรกว่าจะไปหาซื้อมือถือ แต่ที่ญี่ปุ่นมันไม่ง่ายเหมือนเมืองไทยเลยตัดใจ
แต่แล้ว ก็ได้มาจนได้ เพราะว่าคุณแม่ของมินามิเค้ามีโทรศัพท์เติมเงินเครื่องนึง
มินามิเลยส่งมาให้ที่หอ เพราะไม่มีเวลาออกมาเจอกัน ตอนนี้เลยมีมือถือใช้แล้ว
ไม่รู้ว่าในเครื่องมีเงินเท่าไหร่ ยังงงกับวิธีเช็คเงินของมันอยู่เลย ฮ่าๆๆๆ
เป็นมือถือสีขาวแบบพับ น่ารักดี แต่ส่งเมลไม่ได้อ่ะ โทรออกรับสายได้อย่างเดียว
เมื่อตอนกลางวันทานข้าวเสร็จก็โทรไปหาตูนแล้วบอกว่า เออ เบอร์นี้นะ
แต่คงไม่ได้ใช้โทรคุยกันเท่าไหร่หรอก รายนั้นเค้ายุ่งงงงงงง
ตอนบ่ายไม่มีเรียนพูด แต่มีเรียนโอริกามิ เซ็นเซย์ที่มาสอนใส่กิโมโนเลย
ขอบอกเลยว่าไอ้พวกพับๆทำๆแปะๆ ไม่เคยทำได้ดีเลย ไม่ถนัดอย่างแรง
แต่ทำยังไงได้ มันก็ต้องเรียน ตอนแรกพับปืนเสียง ที่สะบัดแล้วจะมีเสียง
หลังจากนั้นก็พับ ปลา หมวกซามูไร ซากุระ กล่อง แล้วก็พับเรือ
เซ็นเซย์ให้กระเป๋าเล็กๆมาเป็นที่ระลึกด้วย น่ารักมากๆ สีชมพูลายจุด
ยาสีฟันหมดตอนเย็นเลยถีบจักรยานไปที่ซุปเปอร์คนเดียว รีบซื้อๆแล้วกลับมา
ทานข้าวเย็น แล้วก็ขึ้นมาอาบน้ำ ก่อนนะมานั่งทำการบ้านจริงจัง
เมื่อเย็นทั้งคุณพ่อคุณแม่โทรมา คุยยาวววว ได้อีกกกกก อ่อ ได้คุยกับมาริด้วย
ตื่นเต้นกันใหญ่จะได้เจอกันละ เห็นว่าจะพาไปอควอเรี่ยม ฮ่าๆๆๆ
มีมือถือแล้วมันสะดวกขึ้น ดีจริงๆเล้ย ตอนนี้นั่งทำสไลด์รายงานหน้าชั้นพรุ่งนี้
หัวข้อเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง เลยเอาเรื่องการเบียดเสียดบนรถไฟมาพูด
สงสัยพูดเสร็จโดนคนญี่ปุ่นส่งกลับมาไทยแน่เลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โอยย รำคาญคนจีนอ่ะ มีกลุ่มใหม่เพิ่งมา เสียงดังมาก ทำไมไม่เกรงใจกันบ้าง
มาถึงไม่กี่วันนะ จัดปาร์ตี้กันเสียงดังจนหนวกหูเลยอ่ะ ไม่ไหวววววว
แล้วเวลาออกมาเล่นคอมหน้าลิฟต์ก็ส่งเสียงดังมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
ปล วันนี้ง่วงจัง สงสัยอาบน้ำแล้วสบายตัว เลยง่วงไว ฮ่าๆๆๆๆๆ
posted on 03 Nov 2009 18:20 by sawarenai in Holiday
หลังจากที่เมื่อคืนคิดแล้วคิดอีกว่าจะไปไหนดี สรุปว่าตอนเที่ยงคืนก็มีคนจะไปเที่ยวด้วย
เป็นใครไปไม่ได้นอกจากซาเอะซัง ฮ่าๆๆๆ ตอนแรกส่งเมลเข้ามือถือไปว่าพรุ่งนี้ว่าง
ซาเอะซังเลยถามว่าอยากไปไหน อยากทำอะไร เลยบอกไปว่า อยากดูหนัง ฮ่าๆๆๆ
หนังที่อยากดูทำมาจากการ์ตูนก่อน "Boku no hatsu koi wo kimi no sasagu"
ไม่รู้จำชื่อเรื่องผิดรึเปล่าแต่การ์ตูนไทยชื่อว่า หัวใจนี้เพื่อเธอ รึยังไงนี่แหละ
วันนี้ตื่นสายเลยต้องรีบแต่งตัวแล้วออกไป แล้วไม่ได้หยิบโค้ทมาด้วย
ไม่อยากจะบอกว่าวันนี้หนาวที่สุดตั้งแต่มาอยู่ญี่ปุ่น 7c/13c โฮกกกก
ตอนไปเกาหลีมันหนาวกว่านี้ก็จริง แต่ว่าตอนนั้นใส่หลายชั้นเลยไม่เป็นไร
วันนี้ใส่เสื้อแขนยาวแล้วก็เสื้อกั๊กเฉยๆเอง เดินออกไปที่สถานีนี่แบบ หนาววว
นัดกันไว้สิบเอ็ดโมงแต่ตัวเองมาถึงก่อนเลยยืนรอท่ามกลางความหนาวหน้าคาเฟ่
อิเคบุคุโระวันนี้คนเยอะเช่นเคย เด็กวัยรุ่นที่นี่แม้จะเป็นวันหยุดก็ใส่ชุดนักเรียน
พอเจอกับซาเอะซังก็รีบบบบบึ่งไปที่โรงหนังก่อนเลย เป็นโรงเล็กๆ แต่คนเข้าคิวยาว
หนังเรื่องนี้ฉายแต่โรงนี้ ถ้าไม่งั้นต้องถ่อไปชิบูย่า ไม่ก็ชินจูกุ ซึ่งขี้เกียจไปกัน
รอเข้าคิวซื้อตั๋วกันพักนึงแล้วก็ไปที่สถานีซื้อตั๋วชินคังเซ็นสำหรับเสาร์อาทิตย์
ตอนแรกว่าจะไปซื้อที่เคานเตอร์ แต่ขี้เกียจรอ เลยซื้อที่เครื่อง แป๊ปเดียวก็เสร็จ
รอบหนังตอนเที่ยงเต็ม เลยดูรอบสามโมง เพราะฉะนั้นก็เลยเหลือเวลาเยอะ
ตอนแรกก็เดินเล่น เสร็จแล้วก็ไปทานอาหารกลางวันกัน คาโบนาล่าอร่อยยย
อิ่มแบบไม่ต้องเสียเงินอีกแล้ว ซาเอะซังไม่ยอมให้จ่าย เกรงใจอ่ะโฮกกก
คราวที่แล้วก็เลี้ยงเค้กกับชาที่ชิบูย่า คราวนี้เลี้ยงสปาเก็ตตี้อีกแล้ววววว
ซาเอะซังบอกว่าเอาไว้ฉันไปไทยแล้วค่อยเลี้ยงข้างฉันคืนแล้วกันนะ ฮ่าๆๆ
ทานเสร็จก็ออกมาเล่นในเกมส์เซ็นเตอร์ เล่นนั่นนู่นนี่ แต่เน้นจับตุ๊กตากัน
ก่อนดูหนังแวะไปที่ เนโกะบุคุโระ เป็นที่ที่เข้าไปแล้ว ได้เล่นกับน้องแมว
น้องแมวนอนอืดดดเยอะมากกก ตัวอ้วนๆทั้งนั้นเลย ขนนิ่มสุดๆ
และแล้วก็ถึงเวลาดูหนัง กลับมาที่โรงหนัง เข้าห้องน้ำ ซื้อป๊อปคอร์น
โอย ป๊อปคอร์นที่นี่เล็กมาก และซื้อผสมไม่ได้ แต่เอาเข้าจริงๆไม่ได้ทานเท่าไหร่
ในโรงหนังจุได้ประมาณร้อยกว่าคน คนข้างๆเป็นผู้ชาย ใส่แว่น เท่ห์เชียว
ตอนแรกคุยกันเสียงดังมาก แต่พอหนังฉายทุกคนก็เงียบ ดูกันแบบมีมารยาทมาก
ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เวลาจะหยิบป๊อปคอร์นเข้าปากกันทีก็ค่อยๆ สุดยอดจริงๆ
ได้ดูหนังตัวอย่างของจินด้วย เห็นว่าจะฉายเดือนมกราคมปีหน้า อู้ววว
เมื่อเช้าจริงๆก่อนออกมาจากห้องก็มีข่าวเกี่ยวหนังของจิน แต่รีบแต่งตัวเลยไม่สนใจ
เอาหละพูดถึงหนังเรื่องนี้กันหน่อย ตอนแรกกังวลนะว่า ซับก็ไม่มีจะดูรู้เรื่องมั้ย
ขอบอกเลยค่ะ เพิ่งรู้ตัวว่าภาษาญี่ปุ่นตัวเองไม่ได้แย่อย่างที่คิด ดูรู้เรื่องทั้งเรื่องเลย
อาจจะเพราะว่าในเรื่องเค้าไม่ได้พูดคำยากๆหละมั้ง ฮ่าๆๆๆ มันเลยรู้เรื่อง
เนื้อเรื่องดำเนินเรื่อยๆ ภาพ เสียง ทุกอย่างดี โดยเฉพาะนักแสดง ชอบบบ
นางเอกนี่คือนางเอกเรื่องเดียวกับฮานาโยริดังโกะ ชอบมาตั้งแต่เป็นซุคุชิแล้ว
เรื่องนี้จะเป็นคนกล้าแสดงออกมากกว่า แล้วก็แต่งตัวน่ารัดทั้งเรื่องเลย
พระเอกก็ดูดีนะ แม้ว่าจะไม่หล่อเท่ารุ่นมิอุระ ฮิโระ ชุนก็ตามเถอะ
ไม่อยากจะบอกว่าร้องไห้ตั้งแต่เริ่มเรื่อง (มันรีบไปไหน) มันซึ้งอ่ะ
ผู้ชายญี่ปุ่นที่นั่งข้างๆก็ร้องไห้ ตกใจอ่ะ ร้องกันเยอะ แทบทั้งโรงเลย
มีคนร้องหนักจนสะอื้นก็มี นั่งตกใจกับซาเอะซัง อินและซึ้งขนาดนั้นเลยเรอะ
ที่ญี่ปุ่นเค้าจะดูจนกว่าจะฉายชื่อทีมงานเสร็จ ไม่เหมือนบ้านเราที่เดินออกเลย
ดูหนังเสร็จก็กลับมาเลย แต่วันนี้รถไฟต้องเปลี่ยนเยอะหน่อย ชานชะลาหนาวววว
กว่าจะถึงห้องก็หกโมงจะทุ่มแล้ว โฮกกก ไม่อยากออกไปซื้อเบ็นโตะเลยต้มบะหมี่
นี่เดี๋ยวต้องเตรียมรายงานหน้าชั้นของวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มเลย
เอ้ โอฟุโระวันนี้เอากลิ่นอะไรดีน๊าาาาาาาาาา เอากลิ่นคาราเมลแล้วกันนน ฮ่าๆๆๆ